''นาธาน โอมาน'' เผยชีวิตฮอลลีวูด หลังโกอินเตอร์เล่นหนังฟอร์มยักษ์ประกบ ''บรูซ วิลลิส'' สุดกดดันเพราะตนเองเป็นแค่โนบอดี้ กว่าจะปรับตัวได้โดนผกก.ด่าจนร้องไห้ เกือบถูกปลดออกจากกองถ่าย แต่ก็ภูมิใจที่ก้าวมาไกลขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ ''นาธาน โอมาน'' เคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ถูกติดต่อให้ไปเล่นหนังฮอลลีวูด THE PRINCE OF RED SHOE ของบริษัท BIGBLUE ในเครือค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ โดยมี วูลฟ์ กัง และ มูฮำหมัดซูอัต ผู้กำกับชื่อดังรับหน้าที่กำกับการแสดง ประกบกับดาราดัง อย่าง ''บรูซ วิลลิส และ คริสติน่า ริชชี่'' ฟันค่าตัวเป็น 100 ล้านจนกลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ ความคืบหน้าล่าสุดเจ้าตัวก็เดินทางไปถ่ายทำหนังเรื่องดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ก่อนจะบินกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ทันทีเครื่องแตะรันเวย์ทีมข่าว ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ ก็ติดต่อขอนัดสัมภาษณ์ว่าที่ดาราฮอลลีวูดทันที ซึ่งนาธานก็เปิดใจถึงการทำงานอินเตอร์ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ และค่อนข้างกดดันที่ต้องประกบซูเปอร์สตาร์อย่างบรูซ วิลลิส เพราะตนเองเป็นเพียงแค่โนบอดี้ เผยการทำงานสุดหินเคยโดนด่าจนร้องไห้เกือบถูกปลดออกจากกองถ่าย
''จากที่เคยให้สัมภาษณ์ไปครั้งก่อน ที่จะเดินทางไปถ่ายทำมาตอนนี้หนังถ่ายไปเกินครึ่งเรื่องแล้วครับประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วในภาคแรก ไปอยู่ที่นั่นประมาณ 6 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม ครั้งแรกที่ไปถึงก็ต้องไปเรียนแอ็คติ้งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดคือดวงตา ผู้กำกับบอกว่าถึงจะมีแอ็คติ้งดีอย่างไร แต่ถ้าตายังลอกแลกไม่นิ่งไม่เชื่อก็จะไม่มีทางทำได้ และตอนนั้นผมยังไม่มีพื้นฐานอะไรเลย เพราะอยู่ที่เมืองไทยก็เป็นแค่นักร้องไม่เคยแสดงอะไรมาก่อน''
''ผมไปเรียนแอ็คติ้งกับ คาเมร่า เวนิสตัน เป็นนักแสดงเขาเป็นเทรนเนอร์ที่ดีมากสอนทุกอย่างรู้สึกดีมากได้ความรู้ทุกๆอย่างจากเขาไม่ว่าจะเป็นด้านการมีสมาธิกับบทการทำความเข้าใจบท นอกจากนี้ยังมีเทรนเนอร์เกี่ยวกับร่างกาย อาหาร ผมหน้า หรือ ผิวทุกคนมาทำให้เราหมด ซึ่งผมใช้เวลาในการเทรนทั้งหมด 3 เดือนกว่าจะได้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้จริงๆ"
"และครั้งแรกที่ได้ไปถ่ายทำจริงๆ พอเริ่มใส่ชุดมันทำให้ยิ่งเชื่อว่าเราได้ทำจริงๆ ได้เล่นหนังเรื่องนี้จริงๆ และมั่นใจมากขึ้นถึงแม้ว่าเรื่องการแสดงอาจจะช้ากว่าคนอื่นๆ แต่ก็พยายามทำให้ได้พอมีเวลาว่างปุ๊บจะไปยืนมองคนโน่นคนนี้เล่นแล้วจำเทคนิคของเขามา ซึ่งแต่ละคนจะมีเทคนิคเฉพาะของแต่ละคน แต่พอหนังหยุดถ่ายทำทุกคนจะมารวมกันกินข้าวคุยกันอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์กลางทะเลทรายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเรารู้สึกว่าเออนี่มันเป็นความจริงนะเราทำได้ๆ มาเล่นหนังฮอลลีวูดและหนังเรื่องนี้ต้องเป็นหนังที่สนุกแน่ๆ อยากให้คนไทยได้ดูกัน"
"แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ในช่วงแรกๆ กดดันมาก อย่าง คริสติน่า ริชชี่ เขาเล่นเก่งมากเล่นเป็นเจ้าหญิงเทเรยันเป็นแบบเก่งสวยมากๆ ถึงจะตัวเล็กแต่มีพลัง อย่างคุยกันอยู่ดีๆ อยู่พอผู้กำกับสั่งแอ็คชั่นเขาจะเป็นอีกคนทันที เป็นเจ้าหญิงคนนั้นเป็นตัวละครเดินออกมาได้เลย ผมรู้สึกว่าเขาเก่งจริงๆ บางทีฉากแรกที่ได้เล่นกับเขาผมก็อึ้งไป เพราะอายตะลึงกับความเก่งของเขา เวลาส่งบทกันฉากไหนที่เขาจะยิ้มหัวเราะก็เอาผ้าปิดจะไม่เห็นเขาหัวเราะ แต่ผมได้ยินก็ต้องเล่นต่อทั้งๆ ที่เขาหัวเราะอยู่บางทีก็มีหลุดกันบ้างสนุกอีกแบบ มีภาพหลุดแต่ไม่ได้เอามาให้เพราะภาพทุกภาพที่นำมาจะต้องขออนุญาติกับทางผู้กำกับและค่ายหนังก่อนนี่กว่าจะได้มาต้องคัดเลือกกันถึง 8 คนเลยนะ(หัวเราะ)”
"การถ่ายทำในเดือนที่ผ่านมาจะได้เข้าฉากกับ คริสติน่า ริชชี่ เยอะมากเขาจะทำผมสีดำทาตาสีดำเหมือนคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นนางพญาคล้ายๆ นางฟ้าที่อยู่อีกเมืองหนึ่งจะมาคอยช่วยเหลือผมอีกทีหนึ่ง ในตอนนี้เริ่มมีฉากที่ต้องใส่ชุดเกาะเป็นทหารแล้วชุดที่ใส่จะหนักและร้อนมากอยู่ทะเลทรายประมาณ 10 กว่าวันอากาศร้อนมากๆ เพราะภูเขาที่โน่นจะไม่มีต้นไม้เวลาที่ไปถ่ายทำกันต้องเข้าไปหลบกันอยู่ในถ้ำที่เป็นซอกหินที่เกิดจากน้ำไหลเข้าไป เพื่อหลบแดดแต่งหน้าแต่งตัวกันอยู่ในนั้น ซึ่งในเรื่องผมจะต้องแต่งหน้าเป็นคนโอมานี่”
''คือในหนังผมจะรับบทเป็น อินฮัม เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี เป็นชาวประมงและเป็นกรรมกรที่โดนคนผิวขาว คนยุโรปมาทำร้ายฆ่าใช้เป็นทาส ในเรื่องต้องมีพี่น้องทั้งหมดเจ็ดคนซึ่งทั้งหมดจะเริ่มตายที่ละคนๆ เพราะถูกทรมานเฆี่ยนตีวันหนึ่งตัวอินฮัมก็มีความคิดว่าถ้าไม่หนีออกจากที่นี่คิวต่อไปต้องเป็นตัวเองแน่ๆ จึงพยายามที่จะหนีออกไปข้างนอกเพื่อให้คนมาช่วยจนได้เจอกับคนแก่คนหนึ่งบอกว่าถ้าออกจากที่นี่ไปได้จะมีสิ่งมหัศจรรย์รออยู่ที่แม่น้ำซัมๆ''
''ซึ่งพอหนีออกไปก็ไปเจอร้องเท้าเรดชูจริงๆ แต่ระหว่างนั้นก็จะถูกทหารมาตามจับตัว จนทำให้เทพธิดาที่มาจากเมืองเมโสโปเตเมีย ซึ่งรับบทโดย คริสติน่า ริชชี่ จะมาคอยช่วยระหว่างนั้นพวกปีศาจรู้แล้วว่ามีคนเจอร้องเท้าก็มาตามล่าทำให้มีการผจญภัยกันไปเรื่อยๆ ส่วน บรูส วิลลิส จะเป็นโจรในทะเลทรายเป็นชาวยุโรปที่ถูกตามฆ่าจนต้องย้ายมาอยู่ในทะเลทรายเฝ้าถ้ำสมบัติในเมืองกรีก โดยทีแรกเขามาตามฆ่าเราเหมือนกัน เพราะเข้าใจเราผิด แต่สุดท้ายก็มาดีเป็นคุณลุงคอยดูแลเราเหมือนกัน''
''ในหนังเรื่องนี้จะใช้สถานที่ถ่ายทำกันหลายที่มีทั้งที่ประเทศ จอร์แดน ,เพตรา,อิหร่าน ,โอมาน และหลายๆ เมืองที่เป็นอาราเบียนทั้งหมด ที่สำคัญได้ไปถ่ายทำที่วังของสุลต่านมันเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ปกติเขาจะไม่ให้เข้าไปถ่าย แต่เราได้รับอนุญาติให้ไปถ่ายทำได้โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากพี่ๆ ที่เป็นคนไทยที่อยู่ที่โน่นได้เจอคนไทยดีใจมากพี่ๆ เข้ามาถามว่าใช่ นาธาน โอมาน ไหม ก็คุยกันได้ไปลงเรือแถมกัปตันเรือของสุลต่านก็เป็นคนไทยอีกทุกอย่างเลยดีมากๆ''
''หลังจากนั้นก็ได้เริ่มเข้าฉากกับ บรูซ วิลลิส เขามีความเป็นสตาร์มีพลังมากๆ บางทีลืมบทเขาก็ช่วยให้นึกบทออก ผมเลยรู้สึกว่าถ้าได้เล่นกับคนที่เก่งเราจะเก่งตามเขาด้วย อย่างฉากที่เขาถามว่าเราเป็นใครมาจากไหน ผมก็จะบอกว่าเป็นชาวประมงอยู่แถวนี้จะเดินทางไปอีกทางหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับทางของคุณ แล้วผมก็ลืมว่าต้องพูดอะไรอีก บรูซ วิลลิส จะพูดส่งบทให้ว่า แล้วจะเดินทางไปที่ไหนต่อมันเป็นคำพูดที่ทำให้เรานึกออกว่าต้องพูดบทอะไรต่อมันเป็นอะไรที่ดีมากเขาเป็นคนเดียวที่บอกว่าให้อ่านบทให้หมด แต่ไม่ต้องพูดครบตามคำที่มีในบท''
''โดยที่เขาเป็นฝ่ายเดินมาบอกเราเองแบบส่วนตัว ซึ่ง บรูซ วิลลิส จะนั่งอยู่อีกที่แล้วมีการ์ดนั่งล้อมรอบ ฉะนั้นถ้าเราเดินเข้าไปหาเขาถูกการ์ดกันออกมาแน่นอน แต่พอเขาเดินมาหาเราปุ๊บ ตอนนั้นคิดเลยว่าทำยังไงก็ได้ให้คุยกับเขาได้มากที่สุดใช้เวทมนต์ทั้งหมดที่เรามี(หัวเราะ) เขามาแนะนำว่ายูจำบทไว้นะ ยูเข้าใจในบทอินฮัมหรือเปล่า เขาเป็นเด็กกรรมกรเป็นชนเผ่าชาวประมง ผมก็บอกว่าเข้าใจแล้วเขาก็ถามต่อว่าอินฮัมมีนิสัยเป็นอย่างไรบ้างผมก็ตอบไป เขาก็บอกว่าให้นำคำตอบที่พูดเมื่อกี้มาใส่ในความคิดแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นอินฮัม เชื่อไหมว่าวิธีนี้มันทำให้ผมจำบทได้แม่นมากขึ้นพอดูปุ๊บเริ่มเข้าใจ แต่ถ้าเต็ม 100 คำอาจไม่ต้องพูดครบร้อยที่เหลือแต่งเองมันทำให้เราสามารถต่อบทกับเขาได้ซึ่งคนที่จะพูดตรงเป๊ะคือ บรูซวิลลิส"
''พอได้คุยกับเขาแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ใจหายเหมือนตอนที่ผมไปซิดนีย์แล้วไปเจอ นิโคล คิทแมน เดินซื้อของอยู่ในห้างมีการ์ดเดินตามแค่สองคนเดินไปมารู้สึกว่าเขาอยู่แค่นี้อยากที่จะเดินไปคุยมาก แต่ว่าหนึ่งรู้สึกอาย อย่างที่สองกลัวว่าการ์ดจะมาผลัก อย่างที่สามกลัวว่าจะผิดกฎหมายเข้าไปคุยกับเขาแล้วเขาจะร้องกรี๊ดหรือเปล่าคิดสารพัด สุดท้ายได้แต่มองและส่งยิ้มให้ไม่ได้เข้าไปคุย ตรงนั้นมันเป็นความตื่นเต้นมาก แต่นี่ บรูซ วิลลิส เป็นคนเดินมาหามาคุยกับเรามันเป็นอะไรที่ยิ่งตื่นเต้น แม้กระทั่งจะหยิบกล้องมาถ่ายรูปกับเขายังไม่กล้าถ่าย เพราะไม่มีใครเขาถ่ายแล้วถ้าเราไปถ่ายจะเป็นยังไง''
''แต่ตอนนี้คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับทีมงานและดาราทั้งหมดของหนังเรื่องนี้เริ่มไนซ์ทุกอย่างเริ่มดีเป็นทีมแล้ว จากที่แต่ก่อนเราเป็นแค่โนบอดี้สำหรับเขาพอมาตอนนี้เริ่มมีคาแร็กเตอร์พัฒนาดีขึ้นไม่เป็นตัวถ่วงในกอง เราก็เริ่มรู้สึกโอเคมีการคุยหยอกล้อกันมากขึ้น ได้ไปทานข้าวกับกลุ่มพวกเขาแล้ว ตรงนี้รู้สึกภูมิใจมากผมไม่รู้ว่าจะได้เล่นหนังอีกสักกี่ภาคอาจจะมีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรือมีต่อไปก็ไม่รู้ยังไง แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็ได้เล่นหนังกับ บรูสซ วิลลิส ดาราฮอลลีวูดชื่อดังมันเป็นความภูมิใจว่าเราเป็นหนึ่งในตัวละครที่ดำเนินเรื่องไปกับเขาเหมือนกัน''
''และหลังจากวันที่เขามาคุยแนะนำให้กับเรามันทำให้เป็นแรงผลักดันเชื่อไหมว่า ผมไม่กลัวอะไรเลยโลกมันแคบมากรู้สึกว่าทุกๆ อย่างมันเป็นกำลังใจที่ดีมาก ฉะนั้นทุกๆ เช้าที่ตื่นมาผมจะเอาบทมานั่งดูอ่านทำความเข้าใจให้มากที่สุดวันนี้ต้องเล่นเป็นคาแร็กตอร์แบบนี้ต้องเล่นให้สนุก พยายามทำการบ้านให้เยอะที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้มีปัญหา พอเริ่มเล่นส่งบทกันไปมาเริ่มมีการหัวเราะมีความสนุกเกิดขึ้นก็รู้สึกว่าเออมันสนุกดีว่ะ ขณะที่หยุดเล่นก็ลองพูดเล่นกับเขาเริ่มกล้ามากขึ้นมีฟีดแบคตอบกลับมาจากที่แต่ก่อนจะเกร็งๆ อย่าง คริสติน่า ริชชี่ เขาก็ไนซ์มากเป็นผู้หญิงที่สวยแต่งอะไรก็เป็นอย่างนั้นพอพักกองเขาจะอยากรู้เรื่องต่างๆ จะถามว่าเมืองไทยเป็นยังไงบ้างประเทศเนปาลเป็นยังไง แต่ละวันผมจะมีเรื่องเล่าให้เขาฟังตลอด''
ถึงแม้ในช่วงนี้เวลาผ่านไปห้าหกเดือน ''นาธาน โอมาน'' มีการปรับตัวมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแอ็คติ้งลื่นไปได้ด้วยดีเหมือนระดับมืออาชีพ แต่กว่าที่จะมามีวันนี้ได้เจ้าตัวบอกเคยถูกผู้กำกับดุตวาดจนถึงขั้นบ่อน้ำตาแตกกลางกองถ่ายและเครียดหนักกลัวว่าจะถูกปลดจากหนังเรื่องนี้จนต้องหยุดการถ่ายทำหนังกลางคันเพื่อไปค้นหาข้อแก้ไขปรับปรุงตัวเองมาแล้ว
''ในเรื่องการทำงานของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ตีห้าเลิกสี่โมงเย็นตรงเป๊ะ หลังจากสี่โมงเย็นไปถึงตีห้าเนี่ยจะไปเที่ยวกินนอนหรือไปปาร์ตี้ที่ไหนทำอะไรกับใครเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่ว่าให้อยู่บริเวณที่เขากำหนดไว้หรือมั่นใจในตัวเองว่าไม่ต้องให้ใครไปด้วยก็ต้องเอาร่างกายของตัวเองกลับมาให้ครบ 32 เขาถึงบอกไว้ในสัญญาว่าห้ามตายห้ามป่วยห้ามไข้ห้ามหายห้ามเป็นอะไรทั้งหลายแหล่ ไม่อย่างนั้นจะโดนปรับและเป็นเรื่องใหญ่มากฉะนั้นในเรื่องของการรักษาเวลาระเบียบวินัยจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร''
เผยเคยโดนผู้กำกับดุจนร้องไห้
''ที่ผ่านมาดูดีทุกอย่างลงตัว แต่จริงๆ แล้วกว่าจะเป็นแบบนี้ก็โดนผู้กำกับดุมาเยอะมาก (เสียงสูง) เวลาท่องบทไม่เข้าใจบทต้องให้เทรนเนอร์ส่วนตัวเข้ามาคุยและอธิบายให้ฟังเขาก็มาเล่าให้ฟัง พอไปเริ่มเล่นปุ๊บดันไปเล่นอีกคนหนึ่งไม่ใช่ อินฮัม แต่ไปเล่นเป็น ซายิด ที่เป็นเด็กประมงอีกคน ผู้กำกับก็เลยตวาดบอกว่าทำไมยูถึงเล่นไม่ได้แสดงว่ายูไม่ใช่ นาธาน ตัวจริงไม่ใช่คนในหนังสือที่นำมาเล่ามาพรีเซนต์ เขาว่าจนน้ำตาไหลตอนนั้นรู้สึกเศร้ามากความหายนะมาสู่ตัวเองแล้ว นึกในใจว่าสงสัยกูไม่รอดแน่เลย(หัวเราะ) คิดว่าเขาจะปลดเอาคนอื่นมาเล่นแทนเราไหม เพราะได้ข่าวมาว่าขณะที่ผู้กำกับกำลังทำงานก็จะมีดาราคนโน้นคนนี้โทรมาบล็อกดารากัน ถ้าให้คนนั้นเล่นเขาก็จะไม่เล่นเราก็ยิ่งกลัวจะรอดไหมว่ะ''
ข่าวจาก : ผู้จัดการ
ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก
