วันอาทิตย์, กรกฎาคม 19, 2009

เอมี่ เชิ่ดใส่ถูกเม้าท์ไร้ราศีนางเอก.

img_400_img-21791


เดินสวนหลายครั้ง เกือบจำไม่ได้ ว่านี่หรือ นางเอกดาวรุ่งของวิกหมอชิต เพราะดูยังงั้ย... หนู ''เอมี่ อามาเรีย'' ก็ยังติดดิน ทำตัวเป็นสาววัยทีน ธรรมดาเท่านั้น ถึงจะถูกเม้าท์ว่า แต่งตัวไม่เข้าทาง คุณแดง แต่คุณเธอกลับมองว่า ขอเป็นดาราสามัญดีกว่าถูกจับตามอง เพราะช่วงที่มีกระแส She อ่วมอรทัยกับข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวันเลยค๊า!



ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก


มาริโอ้ สุดอ่วม สายป่าน-กุ๊บกิ๊บ จวกเละ ทำตัวเข้าขั้นเทพ

img_400_img-21781


ช่วงนี้พระเอกหน้าใสขวัญใจป้าอย่าง ''มาริโอ้ เมาเร่อ'' ดูท่าจะเกิดอาการพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกแน่ๆ เพราะหลังเกิดคดีความโดนค่ายโมโนฟิล์ม ฟ้องร้องจนเสื่อมเสียชื่อเสียง กลายเป็นประเด็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ สนั่นวงการแล้ว ล่าสุดหนุ่มโอ้ ยังโดนเพื่อนเลิฟอย่าง ''สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข'' ออกมาต่อว่าต่อขานอีกแหนะว่า ''หนุ่มโอ้'' เปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า พูดด้วยก็ไม่ยอมพูดด้วย ทำตัวเข้าขั้นเทพขึ้นไปทุกวัน



ขณะที่ความสัมพันธ์กับแฟนสาว ''กุ๊บกิ๊บ-สุมนทิพย์ เหลืองอุทัย'' ก็ทำท่าจะไปม่รอด เพราะมีคนได้ยินว่า ''สาวกุ๊บกิ๊บ'' แอบไปบ่นกับคนใกล้ตัวว่า ''หนุ่มโอ้'' ไม่เหมือนเดิม ทำตัวห่างเหินไม่หวานเหมือนเก่า และก่อนที่ความบาดหมางจะบานปลายไปมากกว่านี้ ''ป้าแหวว'' ก็ขอจับตัวเป็นๆ ''หนุ่มโอ้'' มาแถลงไขดีกว่า



มีข่าวว่าโอ้เปลี่ยนไป จริงเท็จแค่ไหน? ''ไม่นะครับ โอ้ก็ยังเหมือนเดิม ที่บอกว่าเพื่อนพูดว่าผมเปลี่ยนไป เพื่อนคนนั้นคือใครครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน (มีคนบอกว่าสายป่านเขาเม้าท์ว่าโอ้เปลี่ยนไป) ถ้าเป็นสายป่าน เรื่องนี้ไม่รู้เรื่องเลย โอ้ก็ทำตัวปกติน่ะ มันคงไม่ใช่ความจริงหรอกครับ ข่าวคงไม่มีที่มามากกว่า เพราะโอ้กับสายป่านก็ยังคุยกันเหมือนเดิม ยังติดต่อกันเหมือนเดิม ความสัมพันธ์ก็ยังเหมือนเดิม''



ยืนยันได้ว่าตัวเองไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างที่เม้าท์ๆ กัน? ''แน่นอนอยู่แล้วครับ โอ้ยังเหมือนเดิม กับสายป่านก็ยังเหมือนเดิม แต่คุยโทรศัทพ์เราก็ไม่ได้คุยกันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเจอกันตามงานมากกว่า โอ้ว่าบางทีเรามีเพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องโทร.หากันตลอดเวลาก็ได้ อย่างเพื่อนที่โรงเรียนโอ้ก็ไม่ได้โทร.หาตลอด แต่เรารู้ว่าคนนี้เป็นเพื่อนเราน่ะ เพราะเราแค่มองตาเราก็รู้ใจว่าเพื่อนเราคิดยังไง เราผ่านเรื่องอะไรกันมาเยอะ แค่มองตาก็เข้าใจแล้ว''



ความสัมพันธ์กับสายป่านล่ะ? ''ทุกวันนี้ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมครับ เพียงแต่ไม่ได้เจอกันเหมือนก่อน เพราะต่างคนต่างก็ทำงาน แต่ก็มีเจอๆ กันตามงาน โอ้ว่าเขาไม่น่าน้อยใจหรอก (รู้สึกยังไงที่เพื่อนออกมาต่อว่าอย่างนี้) คิดว่าเขาไม่พูดหรอกครับ โอ้ก็ยังเป็นคนเดิมนั่นล่ะ เป็นลูกของแม่ เป็นคนที่ทำงานเพื่อครอบครัว และก็ยังเป็นเพื่อนของเขาเสมอครับ(จะโทร.ไปเคลียร์กับ สายป่านมั้ย)ไม่หรอกครับ บางทีเราเป็นเพื่อนไม่จำเป็นต้องโทร.ต้องเคลียร์กันทุกเรื่อง อย่างที่โอ้บอกล่ะเป็นเพื่อนกัน แค่มองตาก็เข้าใจกันได้ว่าเขาคิดยังไง''



แล้วกับแฟนเรา ''กุ๊บกิ๊บ'' ล่ะ เห็นเขาเม้าท์ๆ กันว่ารักแท้แพ้คุณแม่ขอร้อง? ''ก็ยังเหมือนเดิมครับ คุณแม่ไม่เคยพูดหรือว่าขอร้องเรื่องนี้เลยนะครับ ผมว่าอย่าเอาคุณแม่มาเกี่ยวเลยดีกว่า เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ พูดกันมากันไปจะถูกมองในทางไม่ดี คุณแม่ให้อิสระในการที่โอ้จะคบใครอยู่แล้วครับ(ตอนนี้เจอกับกุ๊บกิ๊บบ่อยมั้ย) ถ้าว่างก็เจอกัน แต่ส่วนใหญ่จะโทร.คุยกันมากกว่า เพราะต่างคนต่างทำงาน (เพราะฉะนั้นข่าวที่เขาเม้าท์ๆ กันว่าโอ้-กุ๊บกิ๊บเลิกกัน) ''ไม่ใช่เลยครับ ก็ยังสนิทยังคุยกันเหมือนเดิมครับ''



ข่าวจาก : ทีวีพูล



ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก




อึ้งเจอเซ็กส์โฟนขออึ๊บ อ๊อฟ โอดโดน เกย์ แต๊ะอั๋ง.

img_400_img-21780


''อ๊อฟ - ชนะพล สัตยา'' อึ้งเจอโทรศัพท์เซ็กส์โฟนจากเกย์ ยินดีหากเป็นขวัญใจชาวสีม่วง รับหวิดโดนแต๊ะอั๋ง แต่ป้องกันด้วยการปิดเป้า เผยต้องดูแลตัวเองอย่างดี หวั่นเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กลายเป็นขวัญใจชาวเกย์ไปซะแล้ว สำหรับพระเอกรูปหล่อ ''อ๊อฟ - ชนะพล'' เพราะล่าสุดดาราหนุ่มได้เผยว่า เคยเจอเกย์โทรศัพท์มาขอร่วมเพศด้วย ทั้งนี้อ๊อฟเล่าให้ฟังดังนี้



''ถามว่าเคยเจอพวกโรคจิตไหม ผมเคยเจอพวกเกย์มากกว่า เจอมานานแล้ว โทรมาแบบเซ็กส์โฟน ขอจุดๆ ไม่สามารถพูดได้ แต่ผมก็ไม่สนใจ พอเขาเข้าเรื่อง ผมปิดโทรศัพท์หนีเลย ถามว่ากลัวไหม ผมไม่กลัว เพราะเราดูแลตัวเองได้ (กลายเป็นขวัญใจชาวสีม่วง รู้สึกอย่างไรบ้าง) ก็มีนะ ดีที่มีคนรัก แต่ขออย่าให้เป็นเรื่องเพศ ผมไม่ได้รังเกียจเพศที่สาม เขาก็เป็นอีกเพศหนึ่งที่สังคมยอมรับไปแล้ว''



ถามว่าต่อเป็นขวัญใจสาวสีม่วงแบบนี้ เคยโดนแต๊ะอั๋งบ้างหรือไม่ พระเอกหนุ่มบอก ว่าอาจจะมีแค่กอด แต่ก็เคยมีเพศที่สามพยายามจะเอามือเข้ามาล้วงเหมือนกัน



''คือต้องบอกก่อน ว่าเมื่อก่อนไม่ชอบเพศที่สามเลย แต่พอสังคมเปิดรับ เราก็สงสารเขา คือตอนนี้ถ้าเขาเข้ามากอดเล่น ผมก็ไม่ซีเรียส (กลัวไหมถ้าเขามาจับมาล้วง) ก็กลัวเหมือนกัน ส่วนใหญ่ที่เดินๆ คนเยอะๆ ก็มีที่เขาพยายามเข้ามาใกล้ เอามือมาล้วง เราก็ปิดข้างล่างไว้ก่อนเลย หน้าจับไม่เป็นไร แต่ข้างล่างนี่ต้องป้องกันไว้ก่อน'' ดาราหนุ่มแจกแจง พร้อมกับเสริมต่อ ว่าเพิ่งจะหายจากอาการไข้หวัด อีกทั้งกลัวตัวเองจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ดังนั้นต้องดูแลตัวเองอย่างดี



''เพิ่งหายจากหวัด เป็นหวัดธรรมดา พอดีไปเยี่ยมน้องปลา (ปาลิตา โกศลศักดิ์) ที่เขาเป็นไข้เลือดออก กลับมาเป็นหวัดเลย ผมก็คุยกับน้องปลา เขาก็ตรวจเลือดมา หมอก็บอกว่าเป็นแค่ไข้เลือดออก ไม่ได้เป็นหวัด 2009 แต่ของผมมันอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ตรงที่ว่าผมเป็นโรคปอด ไข้หวัดมันลงปอดทำให้เสียชีวิตได้ ผมกลับมาจากโรงพยาบาล เป็นไข้หวัด ผมจิตตกมาก ไม่กล้าไปตรวจ ผมกลัวเลย แต่โชคดีที่หายแล้ว ก็ดูแลตัวเอง อยู่กองถ่ายผมก็ปิดปากตลอด'' อ๊อฟกล่าวทิ้งท้าย





ข่าวจาก : คมชัดลึก



ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก


กวาง ลุ้นรักนอกจอ เอก เทคแคร์ แม่ ไฟเขียว

img_300_img-21779


''กวาง-ฟ้ารุ่ง'' รับ ''เอก-รังสิโรจน์'' เทคแคร์อย่างดี ยกให้เป็นพี่ชาย ระบุเอกสนิทกับแม่ เผยแม่ชมเอกเป็นคนดี เผยตกใจกับอุบัติเหตุบนเวทีแฟชั่นแต่เซฟเต็มที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุบนเวทีแฟชั่นในงานที่ห้างสยามพารากอน ''กวาง-ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม'' มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2550 และนางเอกละคร "เสาร์ ๕" ช่อง 7 ระหว่างเดินแฟชั่น ในชุดไหมไทยเกาะอกดันร่นลงมาซะเกือบเห็น "จุก" หลังงาน กวาง ให้สัมภาษณ์ว่า



"คือตัวเสื้อมันไม่มีดันทรงข้างใน แต่กวางก็มีซิลิโคนเซฟไว้ค่ะ แต่ตอนนั้นก็ตกใจเหมือนกัน คือตอนแรกก็ไม่อะไร แต่พอเดินๆ ไป รู้สึกเอ๊ะแปลกๆ ทำไมวันนี้คนดูมองหน้าสีหน้าแปลกๆ ยิ่งเห็นคุณแม่ทำท่าเหมือนให้ดึงเสื้อขึ้น เลยพยายามดึง" ดูหน้าเหวอๆ "ก็เสียวอยู่เหมือนกันว่าจะออกมาน่าเกลียดรึป่าว แต่ก็อยากบอกว่ามันเป็นการทำงาน แล้วกวางก็เซฟเต็มที่แล้ว"



ขอถามข่าวว่ากิ๊กกันนอกจอกับ เอก-รังสิโรจน์ ที่ เล่นด้วยกันใน "เสาร์ ๕"? "ก็ทำงานด้วยกันมา 9-10 เดือน เจอกันทุกอาทิตย์ เป็นคู่พระนางที่ตัวติดกันตลอด เพราะฉะนั้นพี่เค้าค่อนข้างจะดูแลเราอย่างดี" เป็นคนพิเศษมั้ย? "ก็คงมากกว่าคู่อื่น เพราะอยู่ด้วยกันตลอด" แปลว่าดูใจกันอยู่ "พี่เอกไม่เคยมีท่าทีอะไรออกมาชัดเจนขนาดนั้นก็คงให้พี่เอกในฐานะพี่ชาย เพราะเราไม่อยากจะคิดอะไรมากไปกว่านั้น แต่ในฐานะพี่ชายเค้าดูแลเราได้ดีมากๆเลย"



ไม่ได้กิ๊กนอกจอ? "ยังค่ะ ตอนนี้กวางพูดไปกลัวคนบอกว่าคิดเองรึป่าว เพราะพี่เอกเป็นคนไนซ์ คอยดูแลเทค- แคร์กับคนอื่นเค้าก็เทคแคร์ แต่กับกวางอาจจะเยอะกว่า เพราะ ละครถ่ายจบแล้วมันมีงานต่อข้างนอกที่เราต้องไปเจอกัน ไปด้วยกัน" พี่เอกดูแลพิเศษขนาดนี้เค้าคิดอะไรมั้ย? "ไม่ได้ถามนะ ก็พี่เอกเขาสนิท กับคุณแม่ มีอะไรก็คุยกับคุณแม่ คุณแม่เขาก็โอเคกับพี่เอก คุยกันถูกคอ แม่ก็บอกพี่เอกเป็นคนดีน่ารักคอยดูแลน้อง แม่ยังแซวๆวันนี้พี่เอกโทร.มารึป่าว บางวันก็มีไม่โทร. แม่ก็จะแซวว่านึกว่าหลงรักเค้าซะอีก แต่ไม่มีอะไร ชัดเจนค่ะ".





ข่าวจาก : ไทยรัฐ



ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก


แบงค์ ยังกั๊กคุยกับ อั้ม อ้อนขอคำแนะนำเรื่องละคร.

img_400_img-21778


ตัดบัวยังเหลือใย นักร้องหนุ่ม ''แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม'' นักร้องนำวง ''แบล็ควานิลลา'' แห่งค่าย ''อาร์เอส'' สารภาพ ยังหนิดหนมกับนางเอกสาวพราวเสน่ห์รุ่นพี่ ''อั้ม-พัชราภา ไชเชื้อ'' แต่ออกตัวแค่ขอคำแนะนำเรื่องการแสดง



''ครับคุยกันอยู่จริงๆ ครับ แต่เป็นการคุยกันแบบพี่แบบน้องจริงๆ ตามประสาคนสนิทกัน เวลาว่างก็ยกหูถึงกันบ้างช่วงที่มีละครแจ๋วใจร้าย กับคุณชายเทวดา แล้วผมกำลังจะมีละครแด๊ดดี้ ดูโอ้ ก็บอกเขาว่าจบได้แล้วละครแจ๋วฯอ่ะ เพราะเดี๋ยวละครผมออนแอร์สู้เรตติ้งไม่ได้ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ก็จะขอคำปรึกษาเขาเรื่องการแสดง ติดตามผลงานเขาตลอด ก็บอกเขาว่าเขาเก่งนะ''



แล้วอั้มแนะนำอะไรบ้าง? ''เขาก็ออกตัวว่าเขาไม่เก่งหรอกค่ะ (ยิ้ม) มีให้กำลังใจเราด้วย บอกว่ามีพัฒนาการ ทำได้ดีแล้ว อะไรประมาณนี้ เห็นไหม เป็นการคุยกันเรื่องงานจริงๆ (หัวเราะ) สนิทกันไม่ใช่เป็นเรื่องชู้สาวเสมอไป ผมว่าเป็นเพื่อนกันก็ไม่แปลก ตอนนี้ผมยังไม่มีใคร มีแต่งานกับเพื่อนๆ ในวง สาวๆถ้ามีแล้วเราก็ต้องมีเวลาให้เขา ยุ่งทั้งงานทั้งเรียน เขาก็คงไม่รอหรอก คอนเฟิร์มว่าไม่มีใคร โสดซิงๆ ครับ''




ข่าวจาก : ดาราเดลี่



ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก


นาธาน เผยชีวิตฮอลลีวูด สุดกดดันเป็นแค่โนบอดี้ โดนผกก ด่าจนร้องไห้.

img_400_img-21777


''นาธาน โอมาน'' เผยชีวิตฮอลลีวูด หลังโกอินเตอร์เล่นหนังฟอร์มยักษ์ประกบ ''บรูซ วิลลิส'' สุดกดดันเพราะตนเองเป็นแค่โนบอดี้ กว่าจะปรับตัวได้โดนผกก.ด่าจนร้องไห้ เกือบถูกปลดออกจากกองถ่าย แต่ก็ภูมิใจที่ก้าวมาไกลขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ ''นาธาน โอมาน'' เคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ถูกติดต่อให้ไปเล่นหนังฮอลลีวูด THE PRINCE OF RED SHOE ของบริษัท BIGBLUE ในเครือค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ โดยมี วูลฟ์ กัง และ มูฮำหมัดซูอัต ผู้กำกับชื่อดังรับหน้าที่กำกับการแสดง ประกบกับดาราดัง อย่าง ''บรูซ วิลลิส และ คริสติน่า ริชชี่'' ฟันค่าตัวเป็น 100 ล้านจนกลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ ความคืบหน้าล่าสุดเจ้าตัวก็เดินทางไปถ่ายทำหนังเรื่องดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ก่อนจะบินกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา



ทันทีเครื่องแตะรันเวย์ทีมข่าว ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ ก็ติดต่อขอนัดสัมภาษณ์ว่าที่ดาราฮอลลีวูดทันที ซึ่งนาธานก็เปิดใจถึงการทำงานอินเตอร์ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ และค่อนข้างกดดันที่ต้องประกบซูเปอร์สตาร์อย่างบรูซ วิลลิส เพราะตนเองเป็นเพียงแค่โนบอดี้ เผยการทำงานสุดหินเคยโดนด่าจนร้องไห้เกือบถูกปลดออกจากกองถ่าย



''จากที่เคยให้สัมภาษณ์ไปครั้งก่อน ที่จะเดินทางไปถ่ายทำมาตอนนี้หนังถ่ายไปเกินครึ่งเรื่องแล้วครับประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วในภาคแรก ไปอยู่ที่นั่นประมาณ 6 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม ครั้งแรกที่ไปถึงก็ต้องไปเรียนแอ็คติ้งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดคือดวงตา ผู้กำกับบอกว่าถึงจะมีแอ็คติ้งดีอย่างไร แต่ถ้าตายังลอกแลกไม่นิ่งไม่เชื่อก็จะไม่มีทางทำได้ และตอนนั้นผมยังไม่มีพื้นฐานอะไรเลย เพราะอยู่ที่เมืองไทยก็เป็นแค่นักร้องไม่เคยแสดงอะไรมาก่อน''



''ผมไปเรียนแอ็คติ้งกับ คาเมร่า เวนิสตัน เป็นนักแสดงเขาเป็นเทรนเนอร์ที่ดีมากสอนทุกอย่างรู้สึกดีมากได้ความรู้ทุกๆอย่างจากเขาไม่ว่าจะเป็นด้านการมีสมาธิกับบทการทำความเข้าใจบท นอกจากนี้ยังมีเทรนเนอร์เกี่ยวกับร่างกาย อาหาร ผมหน้า หรือ ผิวทุกคนมาทำให้เราหมด ซึ่งผมใช้เวลาในการเทรนทั้งหมด 3 เดือนกว่าจะได้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้จริงๆ"



"และครั้งแรกที่ได้ไปถ่ายทำจริงๆ พอเริ่มใส่ชุดมันทำให้ยิ่งเชื่อว่าเราได้ทำจริงๆ ได้เล่นหนังเรื่องนี้จริงๆ และมั่นใจมากขึ้นถึงแม้ว่าเรื่องการแสดงอาจจะช้ากว่าคนอื่นๆ แต่ก็พยายามทำให้ได้พอมีเวลาว่างปุ๊บจะไปยืนมองคนโน่นคนนี้เล่นแล้วจำเทคนิคของเขามา ซึ่งแต่ละคนจะมีเทคนิคเฉพาะของแต่ละคน แต่พอหนังหยุดถ่ายทำทุกคนจะมารวมกันกินข้าวคุยกันอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์กลางทะเลทรายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเรารู้สึกว่าเออนี่มันเป็นความจริงนะเราทำได้ๆ มาเล่นหนังฮอลลีวูดและหนังเรื่องนี้ต้องเป็นหนังที่สนุกแน่ๆ อยากให้คนไทยได้ดูกัน"



"แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ในช่วงแรกๆ กดดันมาก อย่าง คริสติน่า ริชชี่ เขาเล่นเก่งมากเล่นเป็นเจ้าหญิงเทเรยันเป็นแบบเก่งสวยมากๆ ถึงจะตัวเล็กแต่มีพลัง อย่างคุยกันอยู่ดีๆ อยู่พอผู้กำกับสั่งแอ็คชั่นเขาจะเป็นอีกคนทันที เป็นเจ้าหญิงคนนั้นเป็นตัวละครเดินออกมาได้เลย ผมรู้สึกว่าเขาเก่งจริงๆ บางทีฉากแรกที่ได้เล่นกับเขาผมก็อึ้งไป เพราะอายตะลึงกับความเก่งของเขา เวลาส่งบทกันฉากไหนที่เขาจะยิ้มหัวเราะก็เอาผ้าปิดจะไม่เห็นเขาหัวเราะ แต่ผมได้ยินก็ต้องเล่นต่อทั้งๆ ที่เขาหัวเราะอยู่บางทีก็มีหลุดกันบ้างสนุกอีกแบบ มีภาพหลุดแต่ไม่ได้เอามาให้เพราะภาพทุกภาพที่นำมาจะต้องขออนุญาติกับทางผู้กำกับและค่ายหนังก่อนนี่กว่าจะได้มาต้องคัดเลือกกันถึง 8 คนเลยนะ(หัวเราะ)”



"การถ่ายทำในเดือนที่ผ่านมาจะได้เข้าฉากกับ คริสติน่า ริชชี่ เยอะมากเขาจะทำผมสีดำทาตาสีดำเหมือนคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นนางพญาคล้ายๆ นางฟ้าที่อยู่อีกเมืองหนึ่งจะมาคอยช่วยเหลือผมอีกทีหนึ่ง ในตอนนี้เริ่มมีฉากที่ต้องใส่ชุดเกาะเป็นทหารแล้วชุดที่ใส่จะหนักและร้อนมากอยู่ทะเลทรายประมาณ 10 กว่าวันอากาศร้อนมากๆ เพราะภูเขาที่โน่นจะไม่มีต้นไม้เวลาที่ไปถ่ายทำกันต้องเข้าไปหลบกันอยู่ในถ้ำที่เป็นซอกหินที่เกิดจากน้ำไหลเข้าไป เพื่อหลบแดดแต่งหน้าแต่งตัวกันอยู่ในนั้น ซึ่งในเรื่องผมจะต้องแต่งหน้าเป็นคนโอมานี่”



''คือในหนังผมจะรับบทเป็น อินฮัม เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี เป็นชาวประมงและเป็นกรรมกรที่โดนคนผิวขาว คนยุโรปมาทำร้ายฆ่าใช้เป็นทาส ในเรื่องต้องมีพี่น้องทั้งหมดเจ็ดคนซึ่งทั้งหมดจะเริ่มตายที่ละคนๆ เพราะถูกทรมานเฆี่ยนตีวันหนึ่งตัวอินฮัมก็มีความคิดว่าถ้าไม่หนีออกจากที่นี่คิวต่อไปต้องเป็นตัวเองแน่ๆ จึงพยายามที่จะหนีออกไปข้างนอกเพื่อให้คนมาช่วยจนได้เจอกับคนแก่คนหนึ่งบอกว่าถ้าออกจากที่นี่ไปได้จะมีสิ่งมหัศจรรย์รออยู่ที่แม่น้ำซัมๆ''



''ซึ่งพอหนีออกไปก็ไปเจอร้องเท้าเรดชูจริงๆ แต่ระหว่างนั้นก็จะถูกทหารมาตามจับตัว จนทำให้เทพธิดาที่มาจากเมืองเมโสโปเตเมีย ซึ่งรับบทโดย คริสติน่า ริชชี่ จะมาคอยช่วยระหว่างนั้นพวกปีศาจรู้แล้วว่ามีคนเจอร้องเท้าก็มาตามล่าทำให้มีการผจญภัยกันไปเรื่อยๆ ส่วน บรูส วิลลิส จะเป็นโจรในทะเลทรายเป็นชาวยุโรปที่ถูกตามฆ่าจนต้องย้ายมาอยู่ในทะเลทรายเฝ้าถ้ำสมบัติในเมืองกรีก โดยทีแรกเขามาตามฆ่าเราเหมือนกัน เพราะเข้าใจเราผิด แต่สุดท้ายก็มาดีเป็นคุณลุงคอยดูแลเราเหมือนกัน''



''ในหนังเรื่องนี้จะใช้สถานที่ถ่ายทำกันหลายที่มีทั้งที่ประเทศ จอร์แดน ,เพตรา,อิหร่าน ,โอมาน และหลายๆ เมืองที่เป็นอาราเบียนทั้งหมด ที่สำคัญได้ไปถ่ายทำที่วังของสุลต่านมันเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ปกติเขาจะไม่ให้เข้าไปถ่าย แต่เราได้รับอนุญาติให้ไปถ่ายทำได้โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากพี่ๆ ที่เป็นคนไทยที่อยู่ที่โน่นได้เจอคนไทยดีใจมากพี่ๆ เข้ามาถามว่าใช่ นาธาน โอมาน ไหม ก็คุยกันได้ไปลงเรือแถมกัปตันเรือของสุลต่านก็เป็นคนไทยอีกทุกอย่างเลยดีมากๆ''



''หลังจากนั้นก็ได้เริ่มเข้าฉากกับ บรูซ วิลลิส เขามีความเป็นสตาร์มีพลังมากๆ บางทีลืมบทเขาก็ช่วยให้นึกบทออก ผมเลยรู้สึกว่าถ้าได้เล่นกับคนที่เก่งเราจะเก่งตามเขาด้วย อย่างฉากที่เขาถามว่าเราเป็นใครมาจากไหน ผมก็จะบอกว่าเป็นชาวประมงอยู่แถวนี้จะเดินทางไปอีกทางหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับทางของคุณ แล้วผมก็ลืมว่าต้องพูดอะไรอีก บรูซ วิลลิส จะพูดส่งบทให้ว่า แล้วจะเดินทางไปที่ไหนต่อมันเป็นคำพูดที่ทำให้เรานึกออกว่าต้องพูดบทอะไรต่อมันเป็นอะไรที่ดีมากเขาเป็นคนเดียวที่บอกว่าให้อ่านบทให้หมด แต่ไม่ต้องพูดครบตามคำที่มีในบท''



''โดยที่เขาเป็นฝ่ายเดินมาบอกเราเองแบบส่วนตัว ซึ่ง บรูซ วิลลิส จะนั่งอยู่อีกที่แล้วมีการ์ดนั่งล้อมรอบ ฉะนั้นถ้าเราเดินเข้าไปหาเขาถูกการ์ดกันออกมาแน่นอน แต่พอเขาเดินมาหาเราปุ๊บ ตอนนั้นคิดเลยว่าทำยังไงก็ได้ให้คุยกับเขาได้มากที่สุดใช้เวทมนต์ทั้งหมดที่เรามี(หัวเราะ) เขามาแนะนำว่ายูจำบทไว้นะ ยูเข้าใจในบทอินฮัมหรือเปล่า เขาเป็นเด็กกรรมกรเป็นชนเผ่าชาวประมง ผมก็บอกว่าเข้าใจแล้วเขาก็ถามต่อว่าอินฮัมมีนิสัยเป็นอย่างไรบ้างผมก็ตอบไป เขาก็บอกว่าให้นำคำตอบที่พูดเมื่อกี้มาใส่ในความคิดแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นอินฮัม เชื่อไหมว่าวิธีนี้มันทำให้ผมจำบทได้แม่นมากขึ้นพอดูปุ๊บเริ่มเข้าใจ แต่ถ้าเต็ม 100 คำอาจไม่ต้องพูดครบร้อยที่เหลือแต่งเองมันทำให้เราสามารถต่อบทกับเขาได้ซึ่งคนที่จะพูดตรงเป๊ะคือ บรูซวิลลิส"



''พอได้คุยกับเขาแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ใจหายเหมือนตอนที่ผมไปซิดนีย์แล้วไปเจอ นิโคล คิทแมน เดินซื้อของอยู่ในห้างมีการ์ดเดินตามแค่สองคนเดินไปมารู้สึกว่าเขาอยู่แค่นี้อยากที่จะเดินไปคุยมาก แต่ว่าหนึ่งรู้สึกอาย อย่างที่สองกลัวว่าการ์ดจะมาผลัก อย่างที่สามกลัวว่าจะผิดกฎหมายเข้าไปคุยกับเขาแล้วเขาจะร้องกรี๊ดหรือเปล่าคิดสารพัด สุดท้ายได้แต่มองและส่งยิ้มให้ไม่ได้เข้าไปคุย ตรงนั้นมันเป็นความตื่นเต้นมาก แต่นี่ บรูซ วิลลิส เป็นคนเดินมาหามาคุยกับเรามันเป็นอะไรที่ยิ่งตื่นเต้น แม้กระทั่งจะหยิบกล้องมาถ่ายรูปกับเขายังไม่กล้าถ่าย เพราะไม่มีใครเขาถ่ายแล้วถ้าเราไปถ่ายจะเป็นยังไง''



''แต่ตอนนี้คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับทีมงานและดาราทั้งหมดของหนังเรื่องนี้เริ่มไนซ์ทุกอย่างเริ่มดีเป็นทีมแล้ว จากที่แต่ก่อนเราเป็นแค่โนบอดี้สำหรับเขาพอมาตอนนี้เริ่มมีคาแร็กเตอร์พัฒนาดีขึ้นไม่เป็นตัวถ่วงในกอง เราก็เริ่มรู้สึกโอเคมีการคุยหยอกล้อกันมากขึ้น ได้ไปทานข้าวกับกลุ่มพวกเขาแล้ว ตรงนี้รู้สึกภูมิใจมากผมไม่รู้ว่าจะได้เล่นหนังอีกสักกี่ภาคอาจจะมีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรือมีต่อไปก็ไม่รู้ยังไง แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็ได้เล่นหนังกับ บรูสซ วิลลิส ดาราฮอลลีวูดชื่อดังมันเป็นความภูมิใจว่าเราเป็นหนึ่งในตัวละครที่ดำเนินเรื่องไปกับเขาเหมือนกัน''



''และหลังจากวันที่เขามาคุยแนะนำให้กับเรามันทำให้เป็นแรงผลักดันเชื่อไหมว่า ผมไม่กลัวอะไรเลยโลกมันแคบมากรู้สึกว่าทุกๆ อย่างมันเป็นกำลังใจที่ดีมาก ฉะนั้นทุกๆ เช้าที่ตื่นมาผมจะเอาบทมานั่งดูอ่านทำความเข้าใจให้มากที่สุดวันนี้ต้องเล่นเป็นคาแร็กตอร์แบบนี้ต้องเล่นให้สนุก พยายามทำการบ้านให้เยอะที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้มีปัญหา พอเริ่มเล่นส่งบทกันไปมาเริ่มมีการหัวเราะมีความสนุกเกิดขึ้นก็รู้สึกว่าเออมันสนุกดีว่ะ ขณะที่หยุดเล่นก็ลองพูดเล่นกับเขาเริ่มกล้ามากขึ้นมีฟีดแบคตอบกลับมาจากที่แต่ก่อนจะเกร็งๆ อย่าง คริสติน่า ริชชี่ เขาก็ไนซ์มากเป็นผู้หญิงที่สวยแต่งอะไรก็เป็นอย่างนั้นพอพักกองเขาจะอยากรู้เรื่องต่างๆ จะถามว่าเมืองไทยเป็นยังไงบ้างประเทศเนปาลเป็นยังไง แต่ละวันผมจะมีเรื่องเล่าให้เขาฟังตลอด''



ถึงแม้ในช่วงนี้เวลาผ่านไปห้าหกเดือน ''นาธาน โอมาน'' มีการปรับตัวมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแอ็คติ้งลื่นไปได้ด้วยดีเหมือนระดับมืออาชีพ แต่กว่าที่จะมามีวันนี้ได้เจ้าตัวบอกเคยถูกผู้กำกับดุตวาดจนถึงขั้นบ่อน้ำตาแตกกลางกองถ่ายและเครียดหนักกลัวว่าจะถูกปลดจากหนังเรื่องนี้จนต้องหยุดการถ่ายทำหนังกลางคันเพื่อไปค้นหาข้อแก้ไขปรับปรุงตัวเองมาแล้ว



''ในเรื่องการทำงานของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ตีห้าเลิกสี่โมงเย็นตรงเป๊ะ หลังจากสี่โมงเย็นไปถึงตีห้าเนี่ยจะไปเที่ยวกินนอนหรือไปปาร์ตี้ที่ไหนทำอะไรกับใครเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่ว่าให้อยู่บริเวณที่เขากำหนดไว้หรือมั่นใจในตัวเองว่าไม่ต้องให้ใครไปด้วยก็ต้องเอาร่างกายของตัวเองกลับมาให้ครบ 32 เขาถึงบอกไว้ในสัญญาว่าห้ามตายห้ามป่วยห้ามไข้ห้ามหายห้ามเป็นอะไรทั้งหลายแหล่ ไม่อย่างนั้นจะโดนปรับและเป็นเรื่องใหญ่มากฉะนั้นในเรื่องของการรักษาเวลาระเบียบวินัยจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร''



เผยเคยโดนผู้กำกับดุจนร้องไห้



''ที่ผ่านมาดูดีทุกอย่างลงตัว แต่จริงๆ แล้วกว่าจะเป็นแบบนี้ก็โดนผู้กำกับดุมาเยอะมาก (เสียงสูง) เวลาท่องบทไม่เข้าใจบทต้องให้เทรนเนอร์ส่วนตัวเข้ามาคุยและอธิบายให้ฟังเขาก็มาเล่าให้ฟัง พอไปเริ่มเล่นปุ๊บดันไปเล่นอีกคนหนึ่งไม่ใช่ อินฮัม แต่ไปเล่นเป็น ซายิด ที่เป็นเด็กประมงอีกคน ผู้กำกับก็เลยตวาดบอกว่าทำไมยูถึงเล่นไม่ได้แสดงว่ายูไม่ใช่ นาธาน ตัวจริงไม่ใช่คนในหนังสือที่นำมาเล่ามาพรีเซนต์ เขาว่าจนน้ำตาไหลตอนนั้นรู้สึกเศร้ามากความหายนะมาสู่ตัวเองแล้ว นึกในใจว่าสงสัยกูไม่รอดแน่เลย(หัวเราะ) คิดว่าเขาจะปลดเอาคนอื่นมาเล่นแทนเราไหม เพราะได้ข่าวมาว่าขณะที่ผู้กำกับกำลังทำงานก็จะมีดาราคนโน้นคนนี้โทรมาบล็อกดารากัน ถ้าให้คนนั้นเล่นเขาก็จะไม่เล่นเราก็ยิ่งกลัวจะรอดไหมว่ะ''


ข่าวจาก : ผู้จัดการ



ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก



วันเสาร์, กรกฎาคม 18, 2009

“พอลล่า”อ้าง ยังโสด ภาพจูบ “มาร์ค” แค่เพื่อน

p1-15414


ก็ออกจะสวย เซ็กซี่ แสนซนอย่างนี้






สาว "พอลล่า เทเลอร์" เลยโดนใจหนุ่มฟิลิปปินส์ "มาร์ค เนลล์สัน" เข้าแบบจังๆ หลังจากมีภาพสวีทกันบนเรือ แบบจูจู๊บกัน จนทำให้หลายคนคิดว่าคนนี้ใช่แฟนใหม่สาวพอลล่าหรือเปล่า

"เพื่อนน่ะ คงยากกับความสัมพันธ์ เพราะไม่ได้อยู่ประเทศเดียวกัน เราสนิทกัน เหมือนว่าเราไปเที่ยวต่างกันดูแลกัน มีคนเห็นควงมาร์คมาที่เซ็นเวิลด์ จริงหรอ เปล่านะ ปีนี้มาร์คยังไม่เคยมาเมืองไทยเลย สนิทกันคงน่าจะเป็นประมาณนั้น แต่ไม่ได้จูบ แค่เล่นกันและข่าวที่ว่ามีแฟนใหม่ เขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ต่างประเทศ อยู่ที่นู้นมีคนทักว่าเป็นพ่อ อยู่ๆ กลับมาเขียนว่าเป็นแฟนใหม่ก็งงดี (หัวเราะ) ตอนนี้ไม่มีแฟน โสดสนิท อย่างมาร์คก็อยู่คนละประเทศ ยากต่อความสัมพันธ์ ถ้าไป ก็เจอเขา มันก็ไม่มีอะไร เขาก็เคยมาถ่ายโฆษณาที่นี่บ้าง เขาก็มีงานเยอะ”


ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก